#ปัญหา: ภาษาไทยใช้ประโยคเดียวกับทั้งสองสถานการณ์

"ผมกินข้าว" พูดได้ทั้งตอนเล่านิสัย (กินข้าวทุกเช้า) และตอนที่กำลังเคี้ยวอยู่ ภาษาอังกฤษบังคับให้เลือกระหว่าง I eat กับ I am eating ทุกครั้ง — และเลือกผิดความหมายจะเพี้ยนทันที

#Present Simple: เรื่องที่ "เป็นอย่างนั้นเสมอ"

ใช้กับนิสัย กิจวัตร ความจริงทั่วไป และตารางเวลา

  • I drink coffee every morning. — กิจวัตร
  • She works at a hospital. — ข้อเท็จจริงของชีวิตตอนนี้
  • Water boils at 100°C. — ความจริงเสมอ
  • The train leaves at 8:00. — ตารางเวลา

คำสัญญาณ: every day, always, usually, often, sometimes, never

อย่าลืมกฎที่คนไทยพลาดบ่อยสุด: ประธานเอกพจน์บุรุษที่สามต้องเติม -s (he works, she goes) — เรื่องนี้ใหญ่พอจนแยกเป็นบทถัดไปทั้งบท

#Present Continuous: เรื่องที่ "กำลังเกิดอยู่"

โครงสร้าง be + V-ing ใช้กับสิ่งที่กำลังทำตอนนี้ หรือช่วงนี้ชั่วคราว

  • I am eating lunch. Can I call you back? — ตอนนี้เดี๋ยวนี้
  • She is studying for her exam this week. — ช่วงนี้ (ไม่ได้ทำตลอดไป)
  • They are building a new mall near my house. — โปรเจกต์ที่กำลังดำเนิน

คำสัญญาณ: now, right now, at the moment, today, these days

#เทียบกันชัด ๆ

  • I live in Bangkok. — บ้านอยู่กรุงเทพฯ (ถาวร)
  • I am living in Bangkok. — ช่วงนี้พักกรุงเทพฯ (ชั่วคราว เช่น มาทำงานชั่วคราว)
  • She teaches English. — อาชีพครู
  • She is teaching right now. — กำลังสอนอยู่ ห้ามรบกวน

#กับดัก: กริยาบางตัวไม่ชอบ -ing

กริยาที่บอก "สภาพในใจ" ไม่ใช่ "การกระทำ" — know, like, love, want, need, believe, understand, remember — ใช้ Present Simple แม้จะเป็นความรู้สึก ณ ตอนนี้ก็ตาม

  • I am knowing the answer. → ✓ I know the answer.
  • She is wanting to go home. → ✓ She wants to go home.
  • I am understanding now. → ✓ I understand now.

#วิธีฝึกให้ติดมือ

ก่อนพูดประโยค present ถามตัวเองคำเดียว: "ตอบว่า 'ทำเป็นประจำ' หรือ 'กำลังทำอยู่'?" ถ้าเติมคำว่า "ทุกวัน" ต่อท้ายแล้วยังสมเหตุสมผล ใช้ Present Simple ถ้าเติม "อยู่ตอนนี้" แล้วเข้ากว่า ใช้ Present Continuous