#ปัญหา: ไทยถามง่ายกว่ามาก

"คุณชอบกาแฟ" → "คุณชอบกาแฟไหม" — เติมคำเดียวจบ ภาษาอังกฤษไม่มีคำว่า "ไหม" การถามต้อง ผ่าโครงสร้างประโยค: สลับตำแหน่ง หรือเรียกกริยาช่วยเข้ามา นี่คือเหตุผลที่ You like coffee? หลุดปากคนไทยบ่อย (ฟังรู้เรื่องแต่ไม่เป็นทางการ)

#กรณีที่ 1: มี be หรือ modal อยู่แล้ว → สลับที่

ถ้าประโยคมี is/am/are/was/were หรือ can/will/should/must แค่ยกมันไว้หน้าประธาน

  • She is a nurse.Is she a nurse?
  • They were late.Were they late?
  • You can swim.Can you swim?
  • He will come.Will he come?

#กรณีที่ 2: กริยาแท้ธรรมดา → เรียก do/does/did

ประโยคที่ไม่มีตัวช่วย ต้องยืม do มานำหน้า — และ do รับหน้าที่ผันแทน กริยาแท้กลับเป็นช่อง 1 เสมอ

  • You like coffee.Do you like coffee?
  • She works here.Does she work here? — ไม่ใช่ ~~Does she works~~
  • They went home.Did they go home? — ไม่ใช่ ~~Did they went~~

สองประโยคขีดฆ่านั้นคือข้อผิดพลาดอันดับต้น ๆ ของคนไทยทั้งประเทศ: ผันซ้ำสองที่ จำง่าย ๆ ว่า "ผันได้ครั้งเดียว — do เอาไปแล้ว"

#WH-Questions: เติมคำถามหน้าโครงเดิม

เอาโครงจากสองกรณีแรก แล้ววาง what/where/when/why/who/how นำหน้า

  • Where do you live?
  • What does she want?
  • Why did they leave?
  • How much is it? / How long have you lived here?

#ข้อยกเว้นเดียวที่ต้องรู้: ถามหา "ประธาน" ไม่ต้องใช้ do

เมื่อ who/what เป็นผู้กระทำเอง ประโยคเรียงเหมือนบอกเล่า

  • Who called you? — ใครโทรมา (who = ประธาน) ไม่ใช่ ~~Who did call you?~~
  • What happened? — ไม่ใช่ ~~What did happen?~~

เทียบ: Who did you call? = คุณโทรหาใคร (you เป็นประธาน who เป็นกรรม)

#ตอบสั้นให้เป็นธรรมชาติ

ตอบด้วยตัวช่วยตัวเดียวกับที่ถาม ไม่ต้องทวนทั้งประโยค

  • Do you like coffee?Yes, I do. / No, I don't.
  • Is she coming?Yes, she is. / No, she isn't.
  • Can you drive?Yes, I can. / No, I can't.

#วิธีฝึกให้ติดมือ

หยิบประโยคบอกเล่าที่พูดบ่อย 5 ประโยคของตัวเอง แล้วแปลงเป็นคำถาม ทีละขั้น: หา be/modal ก่อน → ไม่มีค่อยเรียก do → เช็คว่ากริยาแท้กลับ เป็นช่อง 1 หรือยัง ทำช้า ๆ สิบครั้ง ความเร็วจะมาเอง