#หลักเดียวที่ร้อยทั้งสี่แบบ

ตำรามักสอน conditionals เป็นสูตรสี่สูตรแยกกันให้ท่อง แต่จริง ๆ มีตรรกะเดียว: ยิ่งเรื่องนั้นไกลจากความจริง tense ยิ่งถอยหลังลึก จากปัจจุบันธรรมดา → อดีต → อดีตซ้อนอดีต

#Type 0: จริงเสมอ — present + present

กฎธรรมชาติ ความจริงที่เกิดซ้ำได้ทุกครั้ง

  • If you heat water to 100°C, it boils.
  • If I drink coffee at night, I can't sleep.

if ในแบบนี้แทนด้วย when ได้เลยโดยความหมายไม่เปลี่ยน

#Type 1: เป็นไปได้จริงในอนาคต — present + will

เงื่อนไขที่มีโอกาสเกิด และผลจะตามมา

  • If it rains tomorrow, I will stay home.
  • If you finish early, we will go to the movies.

กับดักใหญ่สุดของทั้งบทอยู่ตรงนี้: ห้ามใส่ will ใน if-clause แม้ความหมายจะเป็นอนาคตก็ตาม

  • If it will rain, I will stay home.
  • If it rains, I will stay home.

#Type 2: สมมติตรงข้ามปัจจุบัน — past + would

เรื่องที่ ไม่จริงตอนนี้ — แค่ฝัน แค่สมมติ

  • If I had ten million baht, I would quit my job. — ตอนนี้ไม่มี
  • If she lived in Japan, she would speak Japanese every day. — เธอไม่ได้อยู่

สังเกต: ใช้ past tense แต่ ไม่ได้พูดถึงอดีต — tense ถอยหลังเพื่อบอกว่า "ไม่จริง" ต่างหาก และในภาษาทางการ ประธานทุกตัวใช้ were: If I were you, I would take the job.

#Type 3: สมมติย้อนอดีต — past perfect + would have

เรื่องที่จบไปแล้ว แก้ไม่ได้แล้ว ได้แต่คิดย้อน

  • If I had studied harder, I would have passed the exam. — แต่ไม่ได้ตั้งใจ เลยตก
  • If we had left earlier, we would not have missed the train. — แต่ออกช้า เลยตกรถ

นี่คือ tense ของความเสียดาย — ใช้บ่นเรื่องที่ผ่านไปแล้วโดยเฉพาะ

#เทียบสามระดับด้วยประโยคเดียวกัน

  • If I have time, I will help you. — พรุ่งนี้อาจว่างจริง ๆ
  • If I had time, I would help you. — ตอนนี้ไม่ว่าง (ปฏิเสธแบบสุภาพ)
  • If I had had time, I would have helped you. — วันนั้นไม่ว่าง ขอโทษด้วย

#วิธีฝึกให้ติดมือ

ไม่ต้องท่องชื่อ type — ถามตัวเองว่า "เรื่องนี้จริงแค่ไหน?" จริงเสมอ → present คู่ / มีลุ้น → will / ฝันไป → would / สายเกินไป → would have แล้วประโยคจะเลือกสูตรให้เอง